วันหยุดนี้ไปไหน?…ไปใกล้ๆ… ไป “เกาะเกร็ด”

เปิดการบันทึกแรก หลังจากหายไปปีกว่า ก็ัยังมีหยากใย่จับอยู่อ่ะนะ ก็ขออนุญาตดึงเรื่องที่เคยเขียนไว้ใน blog เก่ามาให้อ่านก่อนแล้วกันนะคะ
 

กลับมาคราวนี้จะพาไปเที่ยวเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี กันนะเออ คือ เรื่องของเรื่องอ่ะ จ๋าได้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ จ.นนทบุรีแล้วง่ะ แล้วบังเอิ้ญญญญ บังเอิญ มีพี่ที่รู้จักกันมาจากเชียงใหม่ ก็เลยได้ฤกษ์ไปเที่ยวที่นี่กับเค้าสักที (หลังจากที่เคยนั่งรถผ่านตามาบ้าง)

 

 

จริงๆ แ้ล้ว เกะเกร็ดก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมายนะ แต่เราไปแบบไม่ได้เตรียมตัว เลยไม่ได้รู้ว่าควรจะเดินสำรวจยังไง ถึงจะได้เข้าถึงเรื่องราวของเค้า -"- เอาเป็นว่าเดี๋ยวจะเล่้าประวัติคร่าวๆ ไว้สักนิดแล้วกันนะ

"เกาะเกร็ด" เป็น เกาะกลางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นชื่อตำบล ใน จ.นนทบุรี เราสามารถเดินทางไปโดยทางน้ำก็ได้ หรือจะไปทางรถยนต์แล้วไปขึ้นเรือข้ามฟากก็ได้ เมื่อเราไปถึงก็มีสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่างนะ ไม่ว่าจะเป็น วัดเก่า, ศูนย์หัตกรรมเครื่องปั้นดินเผาหมู่ ๑, เตาเผาโบราณ, บ้านครก ฯลฯ หรือถ้าเดินจนรอบแล้วยังอยากเที่ยวต่อ เค้าก็มีบริการเรือพาชมรอบเกาะด้วยนะ

 


 

กิจกรรมหลักๆ บนเกาะเกร็ด ก็มีเดินชมบ้านเรือนเก่าๆ , ชมวิถีชีวิตชาวบ้าน , ชมและเลือกซื้อเครื่องปั้นดินเผา , ชิม อาหารแบบฉบับชาวไทยเชื้อสายมอญ หรือ ถ้าใครไม่อยากเดินให้เมื่อยให้ร้อน เค้าก็มีบริการจักรยานให้เช่าปั่นเที่ยวด้วยนะ (แต่ไม่ค่อยแนะนำอ่ะ เพราะเกาะไม่ได้ใหญ่มาก แถมพื้นที่ก็น้อยอันตราย)

 


 

ที่นี่มีชาวไทยเชื้อสายมอญอาศัย อยู่เยอะ ดังนั้นบ้านเรือน การแต่งกาย หรือวัฒนธรรมที่เราจะพบเห็นได้จึงมีเอกลักษณ์ แตกต่างจากการไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ได้เดินชมอะไรเรื่อยๆ ก็เพลินตาดี รู้สึกใสๆ ไม่ได้ปรุงแต่ง สำหรับใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวใกล้ๆ กรุงเทพฯ และไม่อยากเสียเวลาในการเที่ยวชมก็แนะนำ "เกาะเกร็ด" ไว้ที่หนึ่งนะคะ มาพักผ่อนชิลๆ กับบรรยากาศสบายๆ ริมแม่น้ำ มาสูดอากาศบริสุทธิ์กันเถอะ

 

 

เกริ่น มาตั้งเยอะ ดูเหมือนจ๋าจะมีความรู้เน้อะ อิอิ จริงไม่ได้รู้อะไรเยอะหรอก ก็อาศัยอ่านๆ มา เพราะตอนไปเข้าจริงๆ ก็ไม่ได้ทำทุกกิจกรรมที่กล่าวมาหรอก ก็บอกแล้วไง ว่าไปแบบไม่ได้เตรียมตัว ก็อาศัยว่าอยู่ใกล้ที่พัก ก็เลยนั่งแท็กซี่ แล้วไปลงเรือข้ามฟากคนละ 3 บาท มั้ง แค่นี้เลยก็ได้เหยียบเกาะเกร็ดแล้ว 555

 

 

เมื่อ เหยียบย่างเข้าสู่เกราะเกร็ด สิ่งที่จะได้พบแรกๆ เลยก็คือ พวกของเล่นสีสันสดใส ฉูดฉาด มีให้เห็นเยอะมากๆ แต่ละอย่างเห็นแล้วก็จะนึกถึงสมัยตอนเป็นเด็กๆ แบบว่า …. อ๊ะ!!! อันนี้เคยมีนะ (ตอนนี้อยู่ไหน?) อันนั้นเคยเล่นนะ อันนู้นนน เคยเห็นนะ (ชื่อว่าอะไรนะ?) แต่ล่ะสิ่ง แต่ละอย่างเห็นแล้วก็สงสัยว่าเด็กสมัยนนี้รู้จักกันด้วยเหรอ? (ออกแนวว่าคนเขียนเริ่มแก่)

 

 

สิ่ง ต่อมาที่เราจะเห็นได้เยอะ ก็คือ "ร้านดอกไม้ทอด" แบบว่าเดินไปจุดไหนก็เจอ ถ้าหากใครมาที่เกาะเกร็ด สิ่งที่จะต้องทำเป็นอันดับแรกๆ คือ ชิมดอกไม้ทอด ที่เค้านำดอกไม้นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น ดอกเข็ม ดอกเฟื่องฟ้า ดอกอัญชัน หน่อกะลา ฯลฯ มาชุบแป้งแล้วก็ทอดกรอบ ไอ้เราก็อยากจะชิมอ่ะนะ แต่ด้วยความที่ว่ามีหลายร้านเกิน แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าร้านไหนคือ ร้านต้นตำหรับกันแน่ เลยขอบายแล้วกัน ขอเดินเมียงๆ มองๆ ห่างๆ พอ อิิอิ แต่ถึงแม้ร้านพวกนี้จะเยอะแค่ไหน ก็เป็นอันขายหมดทุกร้านสิน่า คนรุมเต็มทุกร้านเลยอ่ะ -"-

 

 

เอกลักษณ์ ของเกาะเกร็ดอีกอย่างคือ "เครื่องปั้นดินเผา" ที่นี่มีเครื่องปั้นดินเผาขายอยู่ตลอดทางเดินเลย ทั้งๆ ที่ของก็เหมือนๆ กัน แต่คนที่นี่พร้อมใจกันนำออกมาวางขายกันหมด สนนราคาก็ไม่แพงนะ ยอมรับเรื่องความละเอียดของเค้าเลยนะ สมราคามากๆ อ่ะ ชิ้นเล็กชิ้นน้อย เค้าก็จับมาสลัก แกะ ฉลุ เพิ่มลวดลายสวยงามดี เดินดูเดินเล่นไปเรื่อย ก็ได้เข้าไปดูเตาเผาเครื่องปั้นดินเผา มีคนสาธิตปั้นให้ดูด้วย

 

 

ส่วน เรื่องอาหารการกินมาที่นี่ไม่ต้องกลัวอดนะ เพราะอย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่าที่นี่มีร้านขายดอกไม้ทอดเยอะ :P นอกนั้นก็มีร้านอาหารออกแนว home stay เลยอะ คือแบบว่า บ้านใครติดริมน้ำ ก็จะต่อระเบียงยื่นออกไป เพื่อจะเอาไว้ให้แขกนั่งรับประทานอาหาร อืมม ได้บรรยากาศดีนะ ลมเย็นๆ ชมวิวสบายๆ ของคาวที่เห็นจะมีทุกบ้านก็คือ "ข้าวแช่" นะ ไม่รู้ว่าบ้านไหนอร่อยสุด แต่จากที่ได้ชิมมาก็ยังไม่ประทับใจเท่าที่เคยได้ทานที่เพชรบุรีเลย -"- ใครทานของคาวแล้วชอบตบท้ายด้วยของหวานก็ไม่ต้องห่วงนะ เพราะที่นี่ขนมหวานไทยๆ เยอะเหมือนกัน มีแบบสาธิตทำให้ดูกันสดๆ เลยก็มี รับรองว่าได้เที่ยวอิ่มตา อิ่มใจ แถม อิ่มท้องด้วยล่ะ

 

 

โม้ เยอะแล้วอ่ะ เอาเป็นว่ารูปแล้วจิตนาการต่อเองแล้วกันเน้อะ อิอิ เอาเป็นว่า วันหยุดว่างๆ อยากเที่ยวแต่ไม่รู้จะไปไหน ก็แนะนำเกาะเกร็ดไว้่เป็นตัุวเลือกหนึ่งแล้วกันนะ ใกล้ๆ กรุงเทพฯ เดินทางสะดวก มาซึมซับบรรยากาศดีๆ ใสๆ กันดีกว่า

 

 


ป.ล. ต้องขอโทษผู้อ่านด้วย ที่ต้องทนดูรูปที่จัดเรียงไม่สวยงาม เนื่องจาก จ๋าขี้เกียจ >///< ไว้จะพยายามเอาเชื้อขี้เกียจออกให้หมดนะ สัญญา :P โทษผู้อ่านด้วย ที่ต้องทนดูรูปที่จัดเรียงไม่สวยงาม เนื่องจาก เจ้าของบล๊อกขี้เกียจ >///< ไว้จะพยายามเอาเชื้อขี้เกียจออกให้หมดนะ สัญญา :P

บ้านหลังใหม่… เริ่มต้นใหม่…กับคนๆ เดิม

ได้กลับมาเขียนเรื่องราวอีกครั้ง หลังจากห่างหายไปนานมากๆ ระยะเวลาที่หายไปก็มีเรื่องราวๆ ต่างๆ ไหลผ่านเข้ามา แล้วก็ผ่านไปแล้วบ้าง ยังดำเนินอยู่ก็มี ก็ถือว่านั่นคือบทหนึ่งของชีวิต ได้เจอ ได้รู้ และได้เห็นมาละ เจ็บเป็นไง สุขเป็นไงก็พอได้ซึมซับมาบ้าง

จะว่าไปแต่ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้เขียนอะไรเองเท่าไร ออกแนวไปพบ ไปเจออะไร ก็เอามาแปะไว้ให้คนอื่นอ่านบ้าง แต่ต่อจากนี้ไปจะเริ่มเขียนเองซะบ้างละ เพราะตัวจ๋าเองก็มีเรื่องราวเยอะแยะ ที่น่ามาเล่าผ่านตัวหนังสือบ้าง ถือว่าเป็นการบันทึกเอาไว้แล้วกัน

ตั้งใจกับตัวเองว่า ต่อแต่นี้ไป จะขยันบันทึกเรื่องๆ ราวต่างๆ ที่ได้พบเจอมาให้มากๆ แล้วก็อะไรที่เจอมาแล้วไม่ได้เอามาบันทึก ก็จะทะยอยๆ เอามาเขียนไว้แล้วกัน :)

ป.ล. ต้องขอโทษผู้อ่านด้วย ที่ต้องทนดูรูปที่จัดเรียงไม่สวยงาม เนื่องจาก เจ้าของบล๊อกขี้เกียจ >///< ไว้จะพยายามเอาเชื้อขี้เกียจออกให้หมดนะ สัญญา :P

กฎ 10 ข้อสำหรับ รักแท้

ถ้าวันนี้คุณยังไม่เจอ สักวันหนึ่งคุณจะได้เจอเขา

1. อย่าให้เมฆหมอกแห่งอดีตอันเลวร้าย มาทำให้ดวงตาของคุณมืดมัวและทำลายอนาคตที่สดใสของคุณ ขอจงกล้าหาญที่จะเชื่อมั่นในชีวิตที่ดีกว่า

2.ไม่ว่าคุณจะเป็นอย่างไร คุณยังคงเป็น"ชาย(หญิง)ในฝัน" ของใครบางคนเสมอ ขอจงอดทนรอจนกว่าจะได้พบ คนที่เห็นว่าคุณคือ " คนในฝันของเขา "

3.อย่าหันหลังให้กับความเชื่อของตัวเอง เพียงเพื่อจะเอาชนะใจใครสักคน มันไม่ใช่ชัยชนะหรอก หากคุณต้องสูญเสีย " ความเป็นตัวของตัวเองไป "

4.รักษาตัวเองให้อยู่ในมาตรฐานที่ดีที่สุด แม้ว่า …สิ่งที่ต้องเจอจะเลวร้ายเพียงใด เพราะคุณไม่สามารถล่วงรู้ได้หรอกว่า สิ่งที่คุณทำอาจปูทางนำคุณสู่ความรักก็ได้

5. อดทนเฝ้ารอ"คนที่ใช่" สำหรับคุณ ฟังเสียงหัวใจและความรู้สึกของตัวเอง ไม่ใช่ของเพื่อน หรือ ครอบครัว ถึงคุณจะผ่านความรักสักกี่ครั้งก็อย่าเพิ่งท้อแท้ เชื่อเถอะว่า ..คนที่ใช่ .. ยังไงก็ต้องมี

6.อย่าปล่อยให้ประสบการณ์เลวร้ายเกี่ยวกับความรักสร้างความสงสัยในความสัมพันธ์ใหม่ที่เริ่มก่อตัวขึ้น อย่าลืมว่า .. คนเราไม่ได้เหมือนกันหมดทุกคนหรอกนะ

7. มองหาแต่สิ่งดี ๆ และด้านที่สวยงามที่มีอยู่ในตัวของแต่ละคน ไม่ใช่เอาแต่คอยจับผิดด้านที่แย่ ๆ คุณไม่มีทางรู้หรอกว่า ความสัมพันธ์นั้นจะดำเนินต่อไปอย่างไร

8. อย่าทำให้ใครต้องพิสูจน์รักของเขาให้คุณเห็น ข้อผูกมัดและการทดสอบความจริง ..รังแต่จะสร้างความระแวงสงสัย ไม่ใช่การเอาชนะใจกัน

9. อย่าใช้วัตถุแก้ปัญหาความสัมพันธ์ เงินมากมายแค่ไหนก็ทำให้ความรักดีขึ้นไม่ได้

10.อย่าหมดหวังใน " ความรัก " แม้จะดูเหมือนว่าคุณเป็นโสดมานานนับร้อยปี ความยาวนานของห้วงเวลาไม่ได้ส่งผลกระทบต่อคุณค่า และเสน่ห์ที่มีอยู่ในตัวของคุณเลย

** คนพิเศษของใจ **

ใครหลาย ๆ คน อาจจะคิดว่า คนพิเศษของใจ ก็คือ แฟนของเรา แต่บางครั้งมันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดหรอก

คนพิเศษของใจ หรือคนที่คุณอาจจะเรียกว่าเป็นคนพิเศษของคุณหรือคนที่สำคัญกับคุณนั้น เขาหรือเธอคนนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นแฟนหรือคนรักของคุณเสมอไปหรอก

คุณลองนึกดูสิว่า

    ·  ใคร ที่เคยทำให้คุณต้องร้องไห้ เพราะเรื่องของเขา คนคนนี้แหละคือคนที่คุณแคร์เขามาก และคุณอาจจะรักเขาด้วยโดยที่คุณไม่รู้ตัวเลย

    ·  ใครที่เคยร้องไห้ไปพร้อมๆกับคุณ เมื่อเวลาคุณร้องไห้คนนี้แหละคือคนที่คุณต้องคอยดูแลถนอมน้ำใจเขาให้มากที่สุดคุณคงไม่รู้ว่าเขารักคุณมากด้วย

    ·  ใครที่คอยห่วงใยคุณ ดูแลคุณอย่างดี คอยเตือนคุณ คอยช่วยเหลือคุณเมื่อคุณต้องการความช่วยเหลือ คนนี้แหละที่เขารักคุณอย่างจริง ๆ ใจและเชื่อเถอะว่าคุณจะต้องรักเขาเข้าเหมือนกันโดยที่คุณไม่รู้ตัว

    ·  ใครที่คอยปลุกคุณตอนเช้าๆ ให้คุณตื่น และคอยบอกคุณให้เข้านอนเร็วๆให้ห่มผ้าก่อนอน คนคนนี้แหละคือ คนที่เขาห่วงคุณอย่างจริงใจไม่ต้องการให้คุณไม่สบาย ต้องการให้คุณตื่นมารับอากาศเช้าที่แสนจะสดใส

    ·  ใคร ที่คุณอยากจะบอกเรื่องราวของคุณให้เขารู้มากที่สุด คนนี้แหละคือคนที่คุณ ไว้ใจมากที่สุด คือคนที่คุณ รักและไว้ใจ

    ·  ใครที่คุณ อยากรับฟังปัญหาและเรื่องราวของเขามากที่สุดคนคนนี้แหละคือคนที่คุณแคร์เขามาก ๆต้องการรู้เมื่อเขามีปัญหาเผื่อจะช่วยเขาได้

    ·  และ ใคร คือคนที่คุณคิดว่า คุณต้องการเขาอยู่เสมอ คนคนนี้แหละ ที่เรียกว่าคนพิเศษของใจ

คนพิเศษของใจ คือคนที่คุณต้องการเขา คนที่คุณผูกพันธ์กับเขามาก มากกว่าใคร ๆเขาเป็นคนที่คุณคิดว่า คุณต้องการเขาอยู่เสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักเพียงไหน เขาจะเปลี่ยนไปอย่างไร

เขาจะเป็นคนเดิมของคุณหรือเปล่า และถ้าคุณเคยทำให้เขาเสียใจหรือทำอะไรที่คุณจะต้องเสียเขาไป แล้วเขายังกลับมาหาคุณอีก คุณเชื่อเถอะว่าคนคนนี้แหละเขารักคุณ จริงใจ หวังดี และห่วงใยคุณอยู่ตลอดเวลาและเขายังต้องการคุณอย่างที่คุณต้องการเขา คุณจะเป็นคนพิเศษของใจกันและกันรักษาและถนอมคนคนนี้ไว้ให้ดีนะ

แล้วคุณจะมีความสุข เชื่อเถอะ!!!!!!


หาให้เจอนะขอให้ทุกคนโชคดี

 

โชคชะตา

โชคชะตานำพาให้เราได้เจอะเจอกัน
ทำให้เธอและฉันใกล้กันจนเกิดความรัก
ทำให้เรานั้นได้รู้จักกับความสุขล้น
ทำให้ฉันนั้นได้เจอคนที่ฉันตามหา

แต่โชคชะตาก็เริ่มเล่นกลจนเราหวั่นไหว
ทำให้เราไม่ค่อยแน่ใจเราเป็นคู่กันรึเปล่า
จากวันที่เคยมีกันทำให้ฉันรู้สึกเหงา
จากเคยเดินตามกันเป็นเงาทำให้เราไม่เข้าใจ

หรือเราจะรักกันไม่ได้อีกแล้วไม่ไหว
หรือเราเดินมาไกลได้เพียงแค่นี้เท่านั้น
โชคชะตาที่ทำให้เราได้พบกัน
โชคชะตาที่ทำให้เราได้รักกัน
มันอยู่ไหน

เรื่องของเรามันเป็นเพราะมีบางคนขีดไว้
หรือว่ามันเป็นเรื่องหัวใจของคนสองคน
มันจะเป็นไปได้ไหมถ้าจะเริ่มอีกสักหน
หรือว่าฉันนั้นต้องอดทนและยอมเข้าใจ

ฉันอยากขอให้ความรักของเรากลับมาเหมือนเดิม
หรือเราเดินมาไกลได้เพียงแค่นี้เท่านั้น

หรือเราจะรักกันไม่ได้อีกแล้วไม่ไหว
หรือเราเดินมาไกลได้เพียงแค่นี้เท่านั้น
โชคชะตาที่ทำให้เราได้พบกัน
โชคชะตาที่ทำให้เราได้รักกัน
มันจบแล้ว

 
———————————————————-
 
นั่นน่ะสิ มันอยู่ไหน หรือว่ามันกำลังจะจบลงแล้ว

พ่อแม่ = ?

พ่อแม่ = ?

พวกคุณสงสัยมั้ยว่าทำไม ..

1. เวลาคุณทำอะไรผิด ทำไมพ่อแม่ต้องชอบขุดคุ้ยเอาเรื่องไม่ดีในอดีตของเรามาด่าจนข้ามวันข้ามคืน ?

2. จากข้อหนึ่ง พนันได้ว่า .. คุณคิด ว่าทำไมพ่อแม่ไม่เอาเรื่องดีๆ ของคุณมาพูดบ้าง ?

3. ทำไมต้องด่าเวลาได้เกรดน้อย ?

4. ทำไมต้องบ่นเวลาไม่ทำการบ้าน ?

5. ทำไมต้องคอยกีดกันเวลาจะออกไปนอกบ้านกับเพื่อน ?

6. ทำไมต้องด่าเวลานอนดึก ตื่นสาย ?

7. ถ้าคุณมีน้อง .. ยอมรับเถอะว่าคุณเคยคิดว่าพ่อแม่รักน้องมากกว่ารักคุณ ?

8. จากข้อเจ็ด .. ทำไมต้องบังคับให้เราแบ่งของเล่นให้น้อง ?

9. ทำไมต้องบังคับให้เราแบ่งอาหารที่เรา เศษ 3ส่วน 4ของอาหารทั้งหมดให้น้อง ?

10. ทำไมเวลาน้องทำผิดต้องโทษเรา ทั้งๆ ที่เห็นคนทำผิดอยู่เต็มตา ?

11. ทำไมชอบอ้างว่าตัวเองอาบน้ำร้อนมาก่อน ทั้งๆ ที่น่าจะปล่อยให้เราทำให้เป็นประสบการณ์

12. ทำไมชอบบ่นเวลาออนเอ็ม?

13. ทำไมให้เล่นคอมพ์แค่วันละไม่กี่ชั่วโมง ?

14. ทำไมถึงมีเบอร์เพื่อนผู้ชายไม่ได้ ถ้าเจอจะโดนเขม่นดูพฤติกรรม ?

15. ทำไมต้องคอยกำหนดกฎเกณฑ์ชีวิตเรา ?

16. ทำไมต้องบังคับให้เรียนต่อสายวิทย์ – คณิต ?

17. ทำไมขอซื้อโน่นซื้อนี่ไม่ได้ ?

18. ทำไมให้เงินไปโรงเรียนนิดเดียว ?

19. ทำไมถึงไม่ให้เอารถไปโรงเรียนเอง ?

20. ทำไม .. ทำไม และ ทำไม ?

แน่นอนว่าทุกคนเคยมีปัญหากับพ่อแม่
แม้ 20ข้อข้างบนจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาในแต่ละครอบครัว
แต่สาบานได้ว่าอย่างน้อยต้องมีคนละ 1ปัญหา

ถ้าคุณอ่านดีๆ ทั้ง 20ข้อมันมีข้อสรุปอยู่สองสามอย่างคือ ‘พ่อแม่ทำ’ กับ ‘เราคิด’

ปัญหาใหญ่ๆ คือความแตกต่างของอายุ การใช้ชีวิต และความคิด

ถ้าคุณมาย้อนนึกถึงวันดีๆ
ที่มีระหว่างเรากับพ่อแม่
ปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมดจะกลายเป็นเพียงเศษส่วนหนึ่งของครอบครัว
ที่เหมือนขาดมันไป ชีวิตครอบครัวก็ไร้รสชาติ

ลองย้อนไปวันที่คุณลืมตาดูโลก .. นั่นคือวันที่พ่อแม่มีความสุขที่สุด

ลองย้อนไปวันที่คุณเข้าโรงเรียนวันแรก .. นั่นคืนวันที่พ่อแม่ปลาบปลื้มที่สุด

ลองย้อนไปวันที่คุณเรียนจบ .. นั่นคือวันที่พ่อแม่ภูมิใจในตัวคุณที่สุด

ไม่ใช่ว่าพ่อแม่ไม่รัก เพียงแต่การแสดงออกถึงความรักนั้น อาจจะไม่ตรงกับที่คุณคิดก็ได้

บางทีการที่พวกท่านทำอาหารอร่อยๆ ให้เรากิน อาจเป็นการแสดงความรักอันยิ่งใหญ่ ..

บางทีการที่พวกท่านตื่นแต่เช้าเพื่อมารีดชุดนักเรียนหรือเตรียมข้าวกล่องให้ในวันที่เราต้องเข้าค่าย ..

นั่นอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความรักทั้งหมดที่มี

อ่านถึงตรงนี้ รู้หรือยังว่า พ่อแม่= ?

ความหมายง่ายๆ ของคำว่า “เพื่อน”

 

เพื่อน…คือ….เพื่อน

เพื่อนบางคน…อาจคอยมองดูคุณอยู่แบบห่างๆ แต่ไม่กล้าแสดงออก 
แต่เพื่อนบางคน…อาจจะเข้ามายุ่งกับคุณโดย เพราะเขาเป็นคนกล้า 

เพื่อนบางคน…อาจทำทุกสิ่งทุกอย่างให้คุณได้ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน 
ในขณะที่เพื่อนบางคน…ไม่ได้ยินคำขอร้องของคุณด้วยซ้ำ 

เพื่อนบางคน…อาจพูดอะไรตรงๆ กับคุณเพราะรัก 
แต่เพื่อนบางคนของคุณ…อาจพูดแต่คำหวานๆ ซึ่งแฝงไปด้วยความน่ากลัว 

เพื่อนบางคน…อาจเหมือนคนที่ไม่อดทน มักบ่นอะไรเล็กๆ น้อยๆ เสมอ 
แต่จริงๆ แล้วเขา…อาจเป็นคนที่มีความอดทน มากกว่าที่คุณคิดเสียอีก 

เพื่อนบางคน…อาจไม่เคยมีความลับกับคุณ อาจแม้กระทั่งให้คุณอ่านไดอารี่แสนหวงของเขา 
แต่เพื่อนบางคน…อาจไม่เคยแม้แต่จะเล่าเรื่องชีวิตส่วนตัวให้คุณฟัง 

เพื่อนบางคน…อาจไม่เคยโทรศัพท์หาคุณเลย มีแต่คุณเท่านั้นที่มัวแต่โทรหาเขาทุกวัน
เพื่อนบางคน…อาจโทรมาหาคุณได้โดยที่คุณไม่ต้องขอร้องเลยด้วยซ้ำ

เพื่อนบางคน…อาจจะอยู่เคียงข้างคุณ ในยามที่คุณต้องการใครซักคน โดยที่ไม่มีใครขอ
แต่เพื่อนบางคน…ไม่อาจแม้แต่จะรับรู้ความรู้สึกของคุณได้

เพื่อนบางคน…อาจถึงขนาด นั่งร้องไห้กับคุณ
ในขณะที่อีกหลายๆ คน…ไม่สนด้วยซ้ำว่าคุณกำลังอยู่ที่ไหน

เพื่อนบางคน…อาจเคยทำผิดกับคุณบ้าง แต่เขาก็ยังพยายามที่จะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก 
ในขณะที่เพื่อนบางคน…ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาทำผิดต่อคุณ

เพื่อนบางคน…อาจหมายความตามที่เขาพูด เช่น ขอโทษก็คือขอโทษ
ในขณะที่เพื่อนบางคน…พูดขอโทษ แต่หมายถึงสมน้ำหน้า

เพื่อนบางคน…อาจจำได้ว่าพยายามโทรหาคุณข้ามวันข้ามคืน ถึงแม้ว่าเขาจะติดต่อคุณไม่ได้ แต่ก็ยังคงพยายาม
ในขณะที่เพื่อนบางคน…อาจจำได้ไม่เกินครึ่งวันด้วยซ้ำว่าคุณโทรหาเขา

เพื่อนบางคน…อาจเหมือนคนที่มีอารมณ์แปรปรวน อาจทำอะไรที่คุณคาดไม่ถึง
แต่ไม่แน่เขา…อาจเป็นน้อยกว่าคุณก็ได้ เพียงแต่คุณไม่รู้ตัว

เพื่อนบางคน…อาจชอบอยู่กับกลุ่มคนเยอะๆ ที่สนุก เฮฮา
แต่เพื่อนบางคน…อาจจะภูมิใจกับกลุ่มเพื่อนเล็กๆ ที่อบอุ่นมากกว่า

เพื่อนบางคน…อาจมัวนั่งเงียบๆ จนให้คุณไม่อาจรู้ได้ว่า เขากำลังคิดอะไรอยู่
แต่ในขณะที่เพื่อนบางคน…พูดมากเสียจนคุณรำคาญ

เพื่อนบางคน…อาจอยากให้คุณรับรู้ความรู้สึกจากเขาทางสายตา
แต่เพื่อนบางคน…อาจเดินมาบอกความรู้สึกกับคุณด้วยตัวเอง

เพื่อนบางคน…อาจจะไม่มีการแสดงออกใดๆ ทั้งสิ้น แม้ว่าคุณจะทำให้เขาเสียใจเพียงใด
แต่ในขณะที่เพื่อนบางคน…อาจเดินเข้ามาต่อว่าคุณ จนคุณไม่เหลือซากก็ได้

เพื่อนบางคน…สามารถอ่านใจคุณได้
ในขณะที่อีกหลายๆ คน…ไม่อาจรับรู้และเข้าใจ ความรู้สึกของคุณได้ แม้ว่าคุณจะบอกเขาไม่รู้กี่ครั้งแล้วก็ตาม

นิยามของวิชา

1.คณิตศาสตร์ – ศาสตร์ที่ว่าด้วยการจับตัวเลขมาป่นปี้ และระยำมันจนน่าเวียนหัว

2.วิทยาศาสตร์ – ศาสตร์ที่ว่าด้วยการค้นพบของมนุษย์ที่น่าตกใจ และมนุษย์คนนั้นไม่น่าเกิดมาเลย

3.เคมี – ศาสตร์ที่ว่าด้วยการผสมน้ำยาล้างจานกับโค้กเข้าด้วยกัน และสังเกตมันระเบิดก่อนที่เราจะต้องมานั่นคำนวณตามสูตรเคมีอีก

4.ฟิสิกส์ – ศาสตร์ที่ว่าด้วยการตีความอันโหดร้ายจากการเคลื่อนที่ของสิ่งต่างๆในโลก

5.ชีววิทยา – ศาสตร์ที่ว่าด้วยการศึกษาชีวิตของสัตว์ซึ่งหาความจำเป็นไปได้ยาก

6.สังคมศึกษา – ศาสตร์ที่ว่าด้วยก้นบึ้งของสังคมที่มีความซับซ้อนสูง และน่าเบื่อเกินกว่าจะศึกษา

7.พละศึกษา – ศาสตร์ที่ว่าด้วยการ(ฝืน)บิดเบี้ยวร่างกายไม่ให้เป็น ไปตามธรรมชาติ ทำให้ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ

8.พระพุทธศาสนา – ศาสตร์ที่ว่าด้วยหลักความดีต่างๆที่ถูกนำเสนอโดยภาษา บาลีที่อ่านยากและเข้าใจยากยิ่งนัก

9.ภาษาไทย – ศาสตร์ที่ว่าด้วยการเรียนภาษาประจำชาติที่กำลังจะวิบัติลงไปทุกๆวันโดยการจดในชีททุกตัวอักษรและถ่ายเอกสารแปะสมุด

10.ภาษาอังกฤษ – ศาสตร์ที่ว่าด้วยภาษาที่เกิดจากนิสัยซาดิสท์ของฝรั่ง ที่คิดหลักไวยากรณ์ได้เป็นแสน และที่กำลังเข้ามาแทนที่ภาษาไทยในอนาคตนู่น

11.ภาษาจีน – ศาสตร์ที่ว่าด้วยภาษาที่ต้องขยับปากในการพูดมากจนเหนื่อยและจะต้องเมื่อในการเขียนด้วย

12.ภาษาญี่ปุ่น – ศาสตร์ที่ว่าด้วยภาษาที่จะทำให้ลิ้นพันกันได้ง่ายๆ และกำลังมีบทบาทมากในประเทศไทย

13.ภาษาฝรั่งเศษ – ศาสตร์ที่ว่าด้วยภาษาที่คล้ายคลึงภาษาอังกฤษ แต่ต้องเหนื่อยปากมากเวลาพูด

สายลม~~เจนนิเฟอร์ คิ้ม

ไม่รู้ว่านานเท่าไร ที่ฉันและเธอห่างไกลตั้งแต่วันนั้น
อยากขอแค่เพียงสักวัน ให้เราได้มาพบกันเหมือนวันเก่า

*แม้ไม่อาจเป็นดั่งใจที่ต้องการ เราต่างรู้คงไม่นานเกินเฝ้ารอ จะจำไว้เสมอ

** เมื่อใดที่สายลมพัด ดังมีความรักมาช่วยปลอบความเหงาใจ
ไม่ว่าตัวเธออยู่ไหน ลมจะเป็นเหมือนใจที่ห่วงใยกัน
เพราะรักแท้ก็เป็นเหมือนลมที่โอบกอดฉัน แม้มองไม่เห็น แต่ฉันรู้สึกถึงเธอ

แค่นึกว่าได้เจอกัน หรือว่าพบในฝันฉันก็สุขใจเหลือเกิน
ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอ จะเป็นแบบเดิมและคิดถึงกันรึเปล่า

* , **

ลมจะพัดมาจากทิศใดก็ตาม สายลมเป็นดังสายใย
เชื่อมใจเราไว้ไม่ขาด ให้เราผูกพันแม้ต้องห่างไกล

ไม่ว่าตัวเธออยู่ไหน ลมจะเป็นเหมือนใจที่ห่วงใยกัน
เพราะรักแท้ก็เป็นเหมือนลมที่โอบกอดฉัน แม้มองไม่เห็น
แต่ฉันรู้สึกถึงเธอ (แม้มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้เสมอ)

Reflection

 
Look at me
You may think you see
Who I really am
But you’ll never know me
Every day

It’s as if I play a part
Now I see
If I wear a mask
I can fool the world
But I cannot fool my heart

Who is that girl I see
Staring straight back at me
When will my reflection show
Who I am inside

I am now
In a world where I
Have to hide my heart
And what I believe in
But somehow
I will show the world
What’s inside my heart
And be loved for who I am

Who is that girl I see
Staring straight back at me
Why is my reflection
Someone I don’t know
Must I pretend that I’m
Someone else
For all time
When will my reflection show
Who I am inside

There’s a heart that must be free to fly
That burns with a need to know the reason why

Why must we all conceal
What we think
How we feel
Must there be a secret me
I’m forced to hide
I won’t pretend that I’m
Someone else
For all time
When will my reflection show
Who I am inside
When will my reflection show
Who I am inside

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.